เรื่องและภาพโดย @amphawa
   
 

        "คลองโคน" ชื่อนี้หลายๆ คนคงสงสัย เพราะด้วยการเดินทางและสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ทัศนียภาพที่งดงาม วิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำแต่เป็นสายน้ำกร่อยและสายน้ำเค็ม คลองโคนในจังหวัดสมุทรสงคราม จึงนับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจและท้าทายนักท่องเที่ยว ทำให้เราชาวแม่กลองดีต้องเดินทางมากาลครั้งนี้ที่คลองโคน

      "ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน" ชุมชนคลองโคนในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่นักท่องเที่ยวน้อยคนนักจะรู้จัก แม้ว่าชื่อเสียงเรียงนามจะไม่ยิ่งใหญ่ แต่น้ำใจอันใหญ่ยิ่งของผู้คนที่นี่ทำให้เราชาวแม่กลองดีประทับใจยิ่งนัก

      วันนี้ท้องฟ้าเป็นใจส่งกำลังใจเป็นสีฟ้าใสๆ ให้กับเรา ครั้งแรกที่ได้ออกท่องเที่ยวและสัมผัสกับคลองโคนจริงๆ จังๆ วันนี้มีเพื่อนร่วมทางที่มีน้ำใจมาปลูกป่าร่วมกับศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน คนหน้าตาดีราวๆ 40 กว่าคน ก้าวเท้าลงเรือร่วมสิบลำ เดินทางสู่ทะเลของเราอ่าวไทย สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าชายเลน และบ้านของคนชาวเล ที่ดำรงชีวิตร่วมกับธรรมชาติ มีอาชีพหลักคือการทำประมง และอาชีพเสริมด้วยใจกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน

      ลิงแสมกับป่าแสมดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พวกเราแบ่งปันอาหารให้กับเพื่อนที่น่ารักเหล่านี้ พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ธรรมชาติของเราสมบูรณ์ ไม่ช้าเราก็เดินทางสู่ชายเลนอ่าวไทยสุดรุกหูรุกตา ฟ้าใสจนเราเห็นเป็นวงกลม 360 องศา เชื่อว่าคนในเมืองไม่สามารถเห็น "เส้นของฟ้าบรรจบกันเป็นวงกลม" แบบนี้ มันยอดเยี่ยมจริงๆ      

        ล่องเรือไปสักพักน้ำทะเลเริ่มเหือดแห้งขุ่นกลายเป็นดินโคลน เราสงสัยว่าพี่คนขับเรือขับเรือเบี้ยวหรืออย่างไร ควรจะบอกเขาดีไหม ? แต่ว่าไม่ใช่ !! เรือทุกลำพร้อมใจกันขับเรือโลดแล่นบนแผ่นโคลนอย่างเหลือเชื่อ!! นี่เองที่พวกชาวบ้านเรียกว่า "แถกเลน"

 

      ทำให้พวกเรารู้สึกว่าชีวิตของชาวสมุทรสงครามนี่อัศจรรย์มาก สามารถแล่นเรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ! อยากลงน้ำก็ลง ขึ้นบกก็ขึ้นได้เลย ทำให้ทุกคนที่นั่งมาบนเรือประทับใจกันไปตามๆ กัน

       หลังจากนั้นเราก็ชมทัศนียภาพของป่าชายเลน ที่สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงมาปลูกป่า เพิ่มทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้กับเมืองของเรา จนทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

      เมื่อถึงเวลา นาฬิการ่างกายก็บอกว่าหิวกันแล้ว พวกพี่ๆ คนเรือจึงนำเรือพาพวกเรามายังบ้านกลางทะเลที่พวกเขาเรียกว่า "กระเตง" ถ้าไม่เห็นด้วยตาก็ไม่เชื่อจริงๆ ว่านี่คือมัลดีฟเมืองไทย เป็นบ้านไม้ไผ่ที่ปลูกสร้างจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน และที่สำคัญช่วงเดือนกันยายนถึงมกราคม เรายังสามารถมาพักแรมที่กระเตงนี้ได้ ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดของคนที่นี่เช่นกัน

 

      เมื่อท้องอิ่มจากอาหารท้องที่นี้ เราก็เดินทางไปดูแหล่งผลิต หรือเรียกได้ว่าเป็นแหล่งประมงขนาดใหญ่ที่ดูยิ่งใหญ่และงดงามยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมที่อุดมสมบูรณ์ หอยแมลงภู่ ฯลฯ การประมงของผู้คนที่นี่ คือการเลี้ยงให้อยู่กับธรรมชาติระยะหนึ่ง แล้วนำมาเลี้ยงให้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพื่อให้ได้ราคาดี ปากท้องของพวกเขาจึงฝากไว้กับธรรมชาติ เมื่อใดที่น้ำเสีย เมื่อใดที่สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม พวกเขาก็จะขาดรายได้มาเลี้ยงปากท้อง และนอกจากนี้สัตว์ทะเลก็จะลดน้อยลง ส่งผลโยงใยกัน เห็นทีพวกเราต้องเริ่มหันกลับมาคิดถึงผู้คนที่นี่และดูแลสภาพแวดล้อมของเรากันบ้างแล้ว

 
 

      ในที่สุดก็ถึงเวลา "ตะลุยเลน" ที่ทุกคนรอคอย กระดานเลนปลายเชิดที่โลดแล่นบนเลนโดยไม่จม เป็นความสนุกสนานเหมือนครั้งเราเป็นเด็ก ถึงแม้แดดจะแรงแต่ทุกคนก็ยังคงเล่นต่อไปอย่างไม่หมดแรง กระดานเลนนี้เป็นวิถีของคนเก็บหอยแครงที่ใช้เป็นพาหนะในการประคองตัวบนเลน เช้าจรดเย็นตราบที่น้ำทะเลยังไม่ขึ้น

       เมื่อภารกิจสุดท้ายดำเนินมาถึง การปลูกป่าชายเลนของเราครั้งนี้ ร่วม 450 ต้น แต่ละปีๆ จะมีผู้คนภายนอกเดินทางมาช่วยปลูกป่าให้กับเรานับไม่ถ้วน ป่าค่อยๆ เติบโต ธรรมชาติค่อยๆ ฟื้นฟูอุดมสมบูรณ์ เป็นภาพความประทับใจที่พวกเราจะไม่ลางเลือน เราไม่ได้อยากเห็นเพียงแค่ผู้คนที่มาท่องเที่ยวแล้วเห็นคุณค่าป่าชายเลนที่นี่เท่านั้น จริงไหม.

"ทำไมต้องรอให้คนอื่นมารักษาบ้านแทนเราล่ะ ชาวสมุทรสงคราม"

 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
  ขอขอบคุณ " ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน" ที่สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ กลุ่ม มิชลีน เพื่อนใหม่ที่มาช่วยเพิ่มป่าให้กับบ้านของเรา และที่สำคัญขอขอบคุณแม่กลองดีที่เปิดมุมมองดีๆ ครั้งนี้
   
     
 

Copyright : 2005 All Rights Reserved Web 800x600 PixelsText Size : Medium  
web master by Good Morning Maeklong Group