Story : Marilyn  Photo : Chacha
เราต่างผ่านช่วงชีวิตที่ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่าง ร่องรอยของหยาดน้ำตา   และรอยยิ้ม   หลักไมล์ของชีวิต เคลื่อนไปข้างหน้าเสมอ ไม่ว่าพร้อมจะก้าว หรือถูกรั้งด้วย พันธะการของความเหนื่อยยาก คงมีสักครั้งที่เราพยายาม
แหงนหน้าขึ้นฟ้า  เพื่อให้หยาดน้ำตาเหือดแห้ง อยากหลับ และลืมไปว่ารสชาติของความทุกข์  มันสั่นคลอนความเชื่อ มั่นแค่ไหน..เราต่างมีวันเวลาของความปวดร้าว ล้มและลุก
ในการใช้ชีวิต เพราะมันเป็นวัฏจักรที่ต้องมีบททดสอบให้ เรียนรู้และก้าวให้ผ่านเหมือนกับ
"พี่บรรเลง" เจ้าของบ้าน กะลาบรรเลง ที่ตอบคำถามของการปล่อยให้ชีวิตได้เรียนรู้ ได้ดีเยี่ยม  พี่บรรเลง  ต้องร่ำลาชุดนักเรียน  ตั้งแต่ยังไม่ได้
ทำบัตรประชาชน ช่วยงานทางบ้านได้สักพักเขาก็เดินหน้า เข้าสู่เส้นทางการทำงานโรงงานสิบกว่าปีที่คลุกคลีทำงาน
ในระบบโรงงาน...
“ ดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ”
ถ้อยคำสอนที่ย้อนกลับ ให้พี่บรรเลง.....คิดทบทวนความต้องการของชีวิตและบอกตัวเองในเวลาต่อมาว่า   ถึงเวลาที่ต้องหาลู่ทางค้าขาย เริ่มสวมหมวกพ่อค้าด้วยหัวใจที่แน่วแน่  เริ่มค้าขายผลไม้ตามโรงงานต่าง ๆ ทำได้สักพักก็ต้องยอมรับว่าไม่ไหว  หันมาเปลี่ยนตัวสินค้า นำปลาสดมาขายหน้าโรงงานแต่คำตอบสุดท้ายก็ยังคงเหมือนเดิม  บากหน้าสู่เมืองกรุง  ทำอาหารขายหน้ามหาวิทยาลัยราม ฯ  สู้และสู้ ได้สักพักก็ต้องกลับมาเริ่มหาอาชีพกันใหม่   ชักชวนเพื่อนลงทุนนำไข่ส่งขายตามที่ต่างๆ  ปัญหาเดิมๆ รุมเร้าอีกครั้ง  และต้องโบกมือลา อาชีพพ่อค้า   แต่ด้วยหัวใจที่สะกดคำว่าท้อไม่เป็น   ลงแรงกายใจกันใหม่   เริ่มต้นด้วยการทำฟาร์มกบ  ลู่ทางเริ่มสดใส  ฟากฟ้าในชีวิต ส่องแสงประกายของความสำเร็จ แรงหนุนจากหน่วยราชการยิ่งเพิ่มแรงขับเคลื่อนให้กิจการรุดหน้า
......แต่ฟ้าก็ให้ช่วงเวลาเก็บเกี่ยวความสุขได้ไม่นาน  พายุชีวิตเริ่มกระหน่ำตั้งแต่พัดพาน้ำท่วมบ่อกบ,   กบราคาตกต่ำ,   กระแทกซ้ำด้วย การพัดพาโฉนดที่ดินเป็นของแถม  แล้วก็เริ่มต้นจากศูนย์กันใหม่  แต่ไม่มีอะไรสำเร็จรูป ...พี่บรรเลง... ก็ยังคงวนเวียนผ่านเรื่องราวซ้ำๆ เริ่มต้นจบลงแบบเดิมอีกหลากหลายอาชีพ “ ท้อแล้วได้อะไร ” ย้ำถามใจที่เริ่มล้า อัดฉีดความเชื่อมั่นว่าต้องมีสักวันที่ประสบความสำเร็จ
เริ่มก้าวที่กล้าและแกร่งขึ้น เริ่มทำงานศิลปะจากกะลา ด้วยเงินลงทุนเพียง 45 บาท บวกทุนทางใจที่เต็มร้อย ฝึกฝนคลุกคลีทุ่มเทกับงาน
ผ่านการลองผิดลองถูก จนมีผลงานออกสู่ตลาด ความสวยที่แตกต่าง ความละเอียดประณีตที่ใส่ใจกับผลงานทุกชิ้น ตอกย้ำความแตกต่าง
ด้วยปรัชญาที่แผงอยู่ในงาน ไม่ว่าจะเป็น โมบายหน้าไหว้หลังหลอก โคมไฟ.....ฯลฯ งานที่สวยเพิ่มด้วยคุณค่าซื้อสินค้าแถมสาระให้ชีวิต
ได้ขบคิดสร้างโอกาสให้สินค้าถูกสั่งจองและได้รับความสนใจ หัวใจฟองโตเพิ่มความมุ่งมั่น เส้นทางที่เดินมายาวไกลให้คำตอบที่ชัดเจน
แล้วว่าจะหันเหเรือชีวิตจอดลงตรงท่าไหน พี่บรรเลง...บอกกับเราว่ามีความสุขทุกครั้งที่มีลูกค้าหยิบจับชื่นชมผลงาน ความสุขแบบนี้เอง
ที่มันค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย และทำให้หลั่งสารที่ทุกคนมีกันได้ “ อิ่มเอมและอยากทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ” สารสองตัวนี้หล่อเลี้ยงหัวใจ
อยู่ทุกค่ำเช้า
 การเรียนรู้บทชีวิตที่โลดแล่น ของ...ผู้ชายชื่อ "บรรเลง เจ้าของบ้านกะลาบรรเลง"... ที่ชักชวนให้เราอยากนอนหนุนตัก ความเข้มแข็ง ที่บากบั่นของเขา ความสำเร็จเหมือนดวงดาวที่ลอยอยู่บนฟากฟ้าที่มันไม่เคยได้มาง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่คำตอบว่า เราทำไม่ได้
   
  ขอขอบคุณ : พี่บรรเลง..เจ้าของบ้านกะลาบรรเลง ที่หัวใจสะกดคำว่าท้อไม่เป็น
     
 

Copyright : 2005 All Rights Reserved Web 800x600 PixelsText Size : Medium  
web master by Good Morning Maeklong Group