Story : Marilyn  Photo : Marilyn
     
 

      หากชีวิตถูกลิขิตมาจากฟากฟ้าเบื้องบน..เราอาจไม่ต้องขนขวายหรือฝ่าฟันชีวิต
หากแต่ในความเป็นจริง.สองมือของเราต่างหากหละที่จะลิขิตให้ชีวิตเราเป็นดังใจ
เหมือนกับที่  เด็กชายพีรพัฒน์ ไตรสรณะพงษ์ อายุ 11ปี  นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่5 โรงเรียนเมืองสมุทรสงคราม ที่ตกหลุมรักดนตรีไทยตั้งแต่อาย ุ9 ป
  โดยมีผู้
ชักชวนให้รักคือคุณเต้ย  ซึ่งเป็นเหมือนพ่อคนที่ 2 ของน้องพัฒน์ และคุณครูผู้สอน
อีกหนึ่งท่านคือ  ครูอภิชาติ อินท์ยงค์   พัฒน์บอกกับเราว่าอาเต้ยชักชวนให้ลองเล่น
ดนตรีไทยและให้พัฒน์เลือกเองว่าสนใจเรียนดนตรีชิ้นใด พัฒน์เลือกเล่นระนาดเอก
แต่ก่อนที่จะฝึกตีระนาดเอก พัฒน์ต้องไปเรียนตีฆ้องเพื่อเรียนรู้ทางเพลงขั้นพื้นฐาน
ที่บ้านดนตรีไทยหลังจากเรียนตีฆ้องจบขั้นพื้นฐานแล้วจึงเริ่มเรียนตีระนาดเอก โดย
เริ่มฝึกซ้อมวันละ  2-3 ชั่วโมง    ทุกวันเริ่มจากการฝึกมือ  โดยการฝึกตีไล่ลูกเพื่อให้
จังหวะ  การตีมีน้ำหนักที่สม่ำเสมอ เรียนรู้เสียงสูงต่ำของตัวโน๊ตงอแงบ้าง เบื่อบ้าง
แอบถอนใจหลายครั้งก็เคย....อารมณ์แบบนี้วนเวียนอยู่ข้างๆพัฒน์เสมอเมื่อเริ่มเรียน
ใหม่ๆ แต่สิ่งที่ทำให้พัฒน์ก้าวผ่านมาได้ก็เพราะพัฒน์หลงรักดนตรีที่ชื่อระนาดเอก

 
นั่นเอง..ถึงแม้ต้องซ้อมทุกวัน ไม่ได้วิ่งเล่นเหมือนเด็กอื่นๆ...แต่ถ้าวันไหนไม่ได้มาคลุกคลีก็เหมือนชีวิตขาดอะไรไปสักอย่างต้อง
มาซ้อมตีจนได้..ผูกพันสองคำง่ายๆที่เกิดขึ้นในดวงใจน้อยๆของพัฒน์.....เรียนจนรักและความรักทำให้อยากทำให้ดีขึ้นมากขึ้น
ทุกๆวัน และที่สำคัญ คือพัฒน์รับรู้ได้ถึงความตั้งใจความเอาใจใส่ที่อาเต้ยพยายามสอน  คุณเต้ยเล่าว่าการสอนดนตรีไทยให้กับ
 
เด็กเราต้องมีลูกล่อลูกชน ตามใจบ้าง เด็ดขาด
ในครั้งที่เห็นว่าเขาเริ่มเกเร  สร้างบรรยากาศ
ในการเรียนให้เป็นเรื่องสนุก ก่อนนอนคุณเต้ย
จะเปิดเพลงบรรเลงให้น้องพัฒน์คุ้นเคย  และ
ซึมซับในจังหวะของดนตรีไทย       ค่อยค่อย
สร้างความคุ้นเคยในเรื่องดนตรีไทย ทีละนิด
ทำให้เด็กเรียนรู้    ให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งใน
ชีวิตเขา เขาจะไม่รู้สึกต่อต้านและค่อยๆรักขึ้น
ที่ละนิดเมื่อเด็กเกิดความรักในสิ่งที่เขาเรียนก็
็จะเป็นเรื่องง่ายที่เราจะสอน.      เราต้องสอน

ความรู้เกี่ยวกับระนาดว่ามีกี่แบบ วิธีจับไม้ตีมีแบบปากกาแบบปากไก่ แบบปากนกแก้ว พัฒน์ถนัดจับแบบปากนกแก้ว และถนัด
ในการกรอระนาด ซึ่งการกรอระนาดจะให้เสียงที่นุ่มกว่าเราจะได้ส่งเสริมและเรียนรู้จุดเด่นจุดด้อยของเขา  สิ่งดีดีที่เกิดการ
เรียนรู้ดนตรีไทย   อย่างแรกเด็กจะมีจิตใจที่อ่อนโยน  มีสมาธิในการทำกิจกรรมอื่นๆมากขึ้น    บุคลิกภาพดีขึ้นเพราะการเล่น
ดนตรีไทยท่านั่งมีส่วนสำคัญต้องหลังตรง  ท่าวางของมือต้องสง่า  พร้อมทั้งเป็นการ ฝึกความอดทน  และเป็นการติดอาวุธ
ทางความสามารถให้กับเด็กสร้างโอกาส   และทางเลือกให้กับชีวิตเขาอีกหนึ่งทาง    และสร้างให้เขาเล็งเห็นถึงความกตัญญ
ูรู้คุณเพราะก่อนเล่นดนตรีไทยทุกครั้งต้องทำการไหว้ครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้กับเขาเป็นการโน้มใจของเด็ก
ให้เห็นถึงคุณค่าวิชาความรู้   เรียนรู้ในเรื่องการอ่อนน้อมและเคารพในครูบาอาจารย์   เพลงที่พัฒน์ชอบใช้ในการฝึกซ้อมคือ
เพลง “  ลาวดวงเดือน  ”  พัฒน์ชอบเพราะเป็นเพลงที่บรรเลงแล้วมีความอ่อนหวานในท่วงทำนอง เน้นการกรอระนาด และ
เราขอการันตีความพยายามและความรักในดนตรีไทยที่มากล้นด้วยรางวัลชนะเลิศการบรรเลงดนตรีไทยประเภทระนาดเอก
ระดับประถมศึกษาในงาน  124  ปี หลวงประดิษฐ์ไพเราะ ( ศร ศิลปบรรเลง )  ปี 2548
 ในวันแข่งขันพัฒน์เลือกเพลง
“ จระเข้หางยาว ”  เป็นเพลงแข่งขันที่บรรเลงได้ไพเราะจับใจกรรมการ  และคว้ารางวัลมาให้รู้ว่าความพยายามความตั้งใจ
ความอดทนมีค่าแค่ไหน......ความตั้งใจที่พัฒน์ทำอยู่ทุกวันคือทำให้ดีที่สุดและดีขึ้นทุกๆวันเพราะอนาคตพัฒน์อยากเป็นครู
สอนดนตรีไทย.......สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับพัฒน์ในวันนี้คือ บุคลิกภาพที่ดี ความอ่อนน้อม ความอ่อนโยนใน
แววตากริยามารยาทที่เรียบร้อย   สร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็นและเมื่ออยู่ด้วยนานๆกลับเป็นความเย็นใจที่จะพูดคุยด้วย
ภาษาดนตรีที่ถ่ายทอดออกมาด้วยความไพเราะของคำพูดสร้างบรรยากาศอ่อนหวานในใจ.. .รู้สึกดีที่เรามีเด็กที่มีหัวใจอบอุ่น
แบบนี้เป็นอนาคตของชาติและเรารอวันที่เราจะกลับมาทำความรู้จักครูสอนดนตรีไทยคนใหม่ที่ชื่อ พีรพัฒน์ ไตรสรณะพงษ์

 

   
ร่วมแสดงความคิดเห็น
     
 

Copyright : 2005 All Rights Reserved Web 800x600 PixelsText Size : Medium   
web master by Good Morning Maeklong Group