.........      ศาสตราจารย์  ดร.อุทิศ  นาคสวัสดิ์   ศิษย์เอกของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ   เป็นบุตรของนายสังวาลย์ นาคสวัสดิ์    นักดนตรีสมัครเล่นผู้มีชื่อเสียงมีความเชี่ยวชาญในเครื่องสายทุกชนิด  และมีฝีมือในการดีดจะเข้ที่
หาคนทัดเทียมได้ยาก กับนางอบเชย นาคสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2466 ที่ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา
สมรสกับ คุณวิไล  มีบุตรชาย 1 คน หญิง 5 คน ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กเป็นคนช่างสังเกตและจดจำเพลงที่บิดาหัดให้
กับคนอื่น  ได้หลายเพลง  และรู้วิธีดีดจะเข้ว่าจะต้องดีดลักษณะใด  จะต้องเคียนไม้ดีดกับมืออย่างไร  แต่ในช่วง
แรกบิดาไม่สนับสนุนให้เป็นนักดนตรี   เพราะเกรงว่าจะหลงใหลในดนตรีจนไม่เป็นอันศึกษาเล่าเรียนวิชาสามัญ
จนวันหนึ่งบิดาออกไปธุระนอกบ้าน ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์  จึงนำจะเข้มาดีด ใหม่ๆก็ดีดแบบมือไม้เก้งก้างแต่อาศัย

ที่เป็นผู้มีปฏิภาณไหวพริบและความจำดี ทำให้ดีดจะเข้ได้คล่องในไม่ช้านัก บังเอิญบิดากลับมาพบ และเห็นว่ามี
พรสวรรค์ในทางดนตรีสูงจึงตัดสินใจถ่ายทอดวิชาให้ แต่มีสัญญาว่าจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ นับจาก
วันนั้นมามรดกทางดนตรีของบิดาก็ถูกถ่ายทอดให้กับ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์  อย่างครบครัน และคำสัญญานั้น ถูก
ยึดมั่นอย่างจริงจังมาตลอด   โดยเห็นได้จากการได้รับปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พร้อมกับ   ธรรมศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเมือง  ได้รับปริญญาโท  เกียรตินิยมทาง
เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง  และปริญญาเอก   สาขาเศรษฐศาสตร์การเกษตรจาก
มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา ใน
ขณะที่ศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จนจบปริญญาเอกยังได้ศึกษาค้นคว้าด้านดนตรีไทยไปพร้อมๆกันด้วย โดยได้ตั้ง

คณะเครื่องสาย "บางขุนนนท์"  ขึ้นเมื่อปี 2489   ศึกษาและฝึก ซอสามสายจากพระยาภูมิเสวี ( จิตร จิตตเสวี ) จนสามารถเดี่ยวซอ ออกรายการวิทยุจนหลวงประดิษฐ์ไพเราะได้ฟังแล้วชื่นชม  รับเป็นศิษย์เรียนปี่พาทย์  และ
ครอบครูให้อ่านโองการทำพิธีไหว้ครูสืบต่อจากท่าน เมื่อปี  2496     ตลอดชีวิตของ ดร.อุทิศ  นาคสวัสดิ์  ได้
พยายามอย่างแรงกล้าที่จะทำให้วงการดนตรีไทยเป็นที่รู้จักและสนใจของคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาว เพื่ออนุรักษ์มรดก
ทางวัฒนธรรมอันสูงส่ง งดงามชิ้นนี้ไว้คู่คนไทยชั่วกาลนาน โดยการ
                 
- จัดรายการวิทยุ โทรทัศน์ ด้วยวิธการที่มีรูปแบบเป็นของตนเองโดยเฉพาะเพื่อเผยแพร่ดนตรีไทย
ให้เป็นที่รู้จักแก่คนรุ่นใหม่ ตั้งแต่อายุได้ 23 ปีจนเสียชีวิตเมื่ออายุ 59 ปี
                 - จัดตั้งวงดนตรีไทย เพื่อออกแสดงประกอบการบรรยายเผยแพร่ให้ชาวไทย และต่างชาติรู้จักและ
ฟังดนตรีไทยเป็น  คิดค้นแสวงหาวิธีใหม่ๆ  ให้คนไทยหันมาสนใจ  ด้วยการแต่งเพลงไทยเดิมแบบเนื้อเต็มขึ้น
มากกว่า 100  เพลง   ให้มีท่วงทำนอง  และบทเพลงสนุกสนาน  เพื่อดึงดูดให้คนสนใจเพลงไทยเดิม  และเป็น
พื้นฐานในการให้ความสนใจเพลงไทยเดิมชั้นสูงอีกขั้นหนึ่ง
                 -ประดิษฐ์ระนาดอลูมิเนียมระบบครึ่งเสียง 14 เสียง

นอกจากนั้นยังมีผลงานอีกมากมาย เช่น เขียนตำราวิชาการ
และบทความทางเศรษฐศาสตร์การบัญชีมากกว่า100 เล่ม
เขียนตำรา และบทความดนตรีไทยทั้งภาษาไทยและภาษา
อังกฤษ เพื่อเผยแพร่เป็นจำนวนมากมาย  และก่อตั้งสมาคม
สงเคราะห์สหายศิลปิน ฯลฯ   ซึ่งผลงานเหล่านี้ เป็นสาเหตุ
ให้คนไทยหันมาสนใจดนตรีไทยมากขึ้น   รางวัลชีวิตที่ได้
รับจากความเพียรพยายาม อดทนต่ออุปสรรคต่างๆ นั้นคือ
การได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความสามารถฉุดดนตรีไทย
ไว้มิให้สูญหาย และในปี 2515 ได้รับรางวัลนักจัดรายการ
ทีวีดีเด่น  จากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5  ต่อมาในป
2523  ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองมหาชน  หลังจาก นั้นได้ล้ม
ป่วย
ลงด้วยโรคต่อมไธรอยด์เมื่อได้รับการผ่าตัดแล้วทำให้
เสียงแหบ
แห้ง   ในที่สุดวาระสุดท้ายของชีวิตก็เวียนมาถึง

 ในวันที่  19   สิงหาคม 2525  ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งลามขึ้นสมองคงเหลือไว้แต่คุณงามความด และ
ผลงานให้ระลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.อุทิศนาคสวัสดิ์คนอัมพวาสมุทรสงครามต่อไปแสนนาน

 
   
 
   
 


Copyright : 2005 All Rights Reserved Web 800x600 PixelsText Size : Medium  
web master by kamhang and friend